สมาชิกเข้าสู่ระบบ

User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา

โครงการจัดตังหมู่บ้าน / ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด


        ๑.๑ วัตถุประสงค์

             ๑.๑.๑ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหมุ่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบของ กอ.รมน. ให้มีความเข้มแข็งเพียงพอสำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้

             ๑.๑.๒ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนและจัดตั้งแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชนในระดับหมู่บ้านและระดับตำบล

             ๑.๑.๓ เพื่อพัฒนาและจัดตั้งระบบการเฝ้าระวังหมู่บ้าน/ชุมชน ป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่

             ๑.๑.๔ เพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

             ๑.๑.๕ เพื่อพัฒนาหมู่บ้านเป้าหมายให้สามารถเข้ารับพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

        ๑.๒ เป้าหมาย

             ๑.๒.๑ ดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย

             ๑.๒.๒ จัดตั้งแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชนในระดับหมู่บ้านและระดับตำบลในพื้นที่เป้าหมาย

             ๑.๒.๓ พัฒนาและจัดตั้งระบบการเฝ้าระวังหมู่บ้าน/ชุมชน ป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่อย่างยั่งยืน ได้อย่างน้อยร้อยละ ๑๐๐ ในพื้นที่เป้าหมาย

             ๑.๒.๔ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งได้อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย

             ๑.๒.๕ พัฒนาหมู่บ้านเป้าหมายให้สามารถเข้ารับพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย

        ๑.๓ วิธีการดำเนินการ

             ๑.๓.๑ การปฏิบัติ แบ่งเป็น ๔ ขั้นตอน ดังนี้

                      ๑.๓.๑.๑ ขั้นที่ ๑ การเตรียมชุมชน (ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ วิกฤตของชุมชน)

                                 ๑.๓.๑.๑.๑ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย : กอ.รมน.ภาค สย. และ ชุดปฏิบัติการ มีส่วนร่วมกันกำหนดพื้นที่เป้าหมายโดยการวิเคราะห์สภาพหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งเป็นหมู่บ้านชายแดน และมีความเสี่ยงหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดและความมั่นคง กำหนดเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายให้ ชพส.เข้าดำเนินการ ทั้งนี้ต้องให้สอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงและแผนงานการป้องกันประเทศ

                                 ๑.๓.๑.๑.๒ สำรวจข้อมูล/สืบสภาพ

                                               - รายงานตัวและประสานกับส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ : ชพส. เข้ารายงานตัวต่อนายอำเภอ และทุกภาคส่วนราชการในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงบทบาทภารกิจ ระยะเวลาปฏิบัติงาน และยังเป็นการสอบถามรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ตัวเลขสถิติ และสภาพทั่วไปของหมู่บ้าน/ชุมชน

                                               - พบปะผู้นำท้องถิ่นและผู้นำหมู่บ้าน : การพบปะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจถึงภารกิจของ ชพส. แสวงหาความร่วมมือในการปฏิบัติงาน สอบถามถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ปัญหาอุปสรรค ความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชน ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปัญหา

                                               - เปิดการประชุมแบบมีส่วนร่วม : เข้าร่วมการประชุมของราษฎรในหมู่บ้านในโอกาสต่างๆ ขอวาระในการพูดคุยชี้แจง พบปะราษฎร เพื่อแจ้งข่าวสารทางราชการ และสำรวจความคิดเห็นของราษฎร

                                               - การประชุมเวทีชาวบ้าน ค้นหาวิกฤตหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อจัดตั้งแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชน รับทราบสภาพปัญหาและจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาในหมู่บ้าน/ชุมชน เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งปัญหาวิกฤตหมู่บ้าน/ชุมชนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน จะมีความคล้ายคลึงกัน คือ ปัญหาหนี้สินความยากจน ยาเสพติด การทำลายทรัพยากรน้ำ และป่าไม้ แรงงานต่างด้าวเป็นต้น

                      ๑.๓.๑.๒ ขั้นที่ ๒ การแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยสันติวิถี ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ แผนของชุมชน

                                 ๑.๓.๑.๒.๑ การนำเสนอวิกฤตปัญหาเข้าสู่แนวทางแก้ไขปัญหา

                                               - นำวิกฤตปัญหาของหมู่บ้านชุมชน อุปสรรคปัญหา สิ่งที่ค้างคาใจของราษฎร เข้าสู่เวทีการประชุม เรียงลำดับความสำคัญของปัญหา และผลักดันให้ราษฎรในหมู่บ้านร่วมกันระดมความคิดหาแนวทางการแก้ไขโดยสันติวิธี คือ การไม่ใช่กฎหมายมาบังคับใช้เพื่อเอาผิด ไม่มุ่งเน้นกล่าวหาว่าใครหรือหน่วยงานใดคือผู้ก่อปัญหา แต่จะใช้กระบวนการทางสังคม

                                               - จัดให้มีการประชุม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน และให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการพิจารณาตั้งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของหมู่บ้านให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือให้ปฏิบัติตามกฎหมู่บ้านที่มีอยู่เดิมอย่างเคร่งครัด ใช้กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งนี้ การกำหนดวันประชุมจะต้องมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของราษฎรให้น้อยที่สุด

                                 ๑.๓.๑.๒.๒ การบูรณาการแก้ไขปัญหาและการจัดทำแผน

                                               - นำปัญหาที่ได้จากการประชุม มาสรุปและประสานหน่วยงานราชการ และองค์กรในพื้นที่เข้าร่วมการประชุมเพื่อรับฟังปัญหา และชี้แจงในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้ราษฎรในหมู่บ้านนำเสนอแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านชุมชนของตนเอง

                                               - ให้ราษฎรในหมู่บ้านร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาหมู่บ้านของตนเอง และทดลองขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผน ฯ เท่าที่ทำได้ โดย ชพส.เป็นผู้สังเกตการณ์ เป็นที่ปรึกษา และช่วยประสานงานส่วนราชการ บูรณาการแผนงานร่วมกับ ศตส.อำเภอ สถานีตำรวจภูธร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

                      ๑.๓.๑.๓ ขั้นที่ ๓ การพัฒนาเสริมสร้างความมั่นคง ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ การจัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง โดยดำเนินการดังนี้

                                 ๑.๓.๑.๓.๑ การปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์

                                               - ใช้สื่อวงกว้าง เช่น การใช้เสียงตามสาย อ่านบทความให้ความรู้ทางสถานีวิทยุประชาสัมพันธ์ ทางหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เป็นประจำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง แจกใบปลิวตามบ้าน ติดป้ายไวนิลบริเวณทางแยก ปากทางเข้าหมู่บ้าน โรงเรียน วัด หรือสถานที่สาธารณะ และขอสนับสนุนสื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดจากหน่วยเหนือ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                                               - ใช้สื่อบุคคล เช่น การเข้าพบปะกับผู้มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้า, ผู้เสพ หรือผู้สนับสนุน เพื่อหาแนวทางหยุดยั้งพฤติการณ์, การเยี่ยมเยียนชาวบ้านลงพื้นที่ในครัวเรือน เพื่อรับรู้สภาพปัญหาโดยตรง และการใช้มาตรการป้องปราม โดยต่อเนื่อง เช่นการออกลาดตระเวนกดดันกลุ่มที่มีพฤติกรรมกระทำผิดกฎหมาย

                                               - การทำพันธสัญญา เช่น การทำสัญญาประชาคมกันว่า หากบ้านใดกระทำผิดกฎข้อบังคับของหมู่บ้าน ปล่อยให้มีการเสพยาเสพติด หรือค้ายาเสพติด หรือการกระทำผิดกรณีอื่นๆ ถึงแม้ไม่มีหลักฐานดำเนินคดี ก็จะยินยอมให้ดำเนินการตามกฎของหมู่บ้าน หรือไม่ให้ได้รับสิทธิบางประการที่เป็นส่วนรวมของชุมชน

                                 ๑.๓.๑.๓.๒ การจัดตั้งระบบและกองทุนเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ประจำหมู่บ้าน/ชุมชนละ ๑ กองทุน โดยมีวงเงินงบประมาณไม่น้อยกว่า ๖,๐๐๐ บาท/๑ กองทุน/หมู่บ้านเป้าหมาย และพัฒนากองทุนให้เกิดความยั่งยืน พร้อมที่จะพัฒนาไปสู่กองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยให้ กอ.รมน.ภาค สย.เป็นหน่วยดำเนินการและสนับสนุนงบประมาณในเบื้องต้น ใช้แนวทางและหลักการดังนี้

                                               ๑) ความรู้ด้านกองทุน : การเสริมสร้างความรู้ให้ราษฎรตระหนักถึงประโยชน์ และความจำเป็นของการจัดตั้งกองทุน ฯ ขอความเห็นจากที่ประชุมหมู่บ้านในการจัดตั้งกองทุน และประวัติความเป็นมาของกองทุนแม่ของแผ่นดิน พร้อมทั้งกฎระเบียบของกองทุนเฝ้าระวัง ฯ

                                               ๒) การระดมทุน : ให้เกิดพลังศรัทธา การเสียสละ และขอความร่วมมือจากราษฎรในการร่วมบริจาคสมทบทุนตามแต่กำลังความสามารถ หรือตามมติระดมทุนโดยวิธีการอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม และรับผิดชอบ อาทิเช่น กอ.รมน.ภาค, กอ.รมน.ภาค สย., ปปส.ภาค, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

                                               ๓) กลไกในการบริหารกองทุน : เลือกตั้งคณะกรรมการกองทุน ฯ ประจำหมู่บ้าน ดำเนินการบริหาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยุติธรรม มีองค์ประกอบคือ ประธาน, รองประธาน, เหรัญญิก, ประชาสัมพันธ์ และให้มีคณะกรรมการอย่างน้อยอีก ๔ ครัวเรือน/หมู่บ้าน/กองทุน

                                               ๔) แผนการดำเนินงานกองทุน

                                                   - มีคณะกรรมการกองทุน ฯ โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานกองทุน ฯ บริหารงานกองทุน ตามกรอบวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน ฯ และตามระเบียบ ฯ ที่ได้กำหนดไว้

                                                   - การใช้จ่ายเงินกองทุน ฯ ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชน เช่น การแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด การเข้าเวรยาม/ตั้งด่านตรวจ/จุดสกัด

                                                   - กำหนดแผนการพัฒนากองทุน ให้เข้มแข็ง สามารถไปสนับสนุนกองทุนยาเสพติด เพื่อพัฒนาไปสู่การเสนอเป็นกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อไป (ถ้ายังไม่เป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ ฯ)

                                 ๑.๓.๑.๓.๓ การฝึกจัดตั้งราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด (รสปส.)

                                               ดำเนินการจัดตั้งมวลชน และฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด (รสปส.) ให้เป็นองค์กรพลังประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน และการเฝ้าระวังหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยคุกคามอื่นๆ จำนวน ๑๐ รุ่น/ชุด ชพส./ปี ตามรายละเอียดดังนี้

                                               ๑) กระบวนการจัดตั้ง/การระดมคน : ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนการฝึกอบรม เพื่อให้ราษฎร หรือกลุ่มพลังมวลชนในหมู่บ้านเข้ารับการฝึกอบรม และทบทวน หรือผ่านทางตัวแทนผู้นำหมู่บ้านซึ่งจะเป็นผู้คัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด (รสปส.) เป็นรุ่นๆ ละ ๔๐ คน

                                               ๒) การมอบภารกิจ/ฝึกอบรม :

                                                   - เชิญวิทยากรจากหน่วยงานราชการต่างๆ มาบรรยาย เช่น เรื่องกฎหมายเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องโทษภัยยาเสพติด เชิญเจ้าหน้าที่อนามัย เรื่องจริยธรรมคุณธรรม เชิญผู้นำศาสนาในพื้นที่ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

                                                   - การฝึกอบรมจัดตั้งราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด (รสปส.) และคัดเลือกจัดตั้งให้เป็นแหล่งข่าวภาคประชาชน จำนวนรุ่นละ ๒ คน เพื่อรายงานข่าวสารเกี่ยวกับยาเสพติดและภัยคุกคามความมั่นคงต่าง ๆ ในหมู่บ้าน/ชุมชน

                                                   - สามารถปฏิบัติหน้าที่เวร - ยาม จัดตั้งจุดตรวจเฝ้าระวังเหตุที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านของตนเองได้ และสามารถเป็นกระบอกเสียง เป็นตัวแทนในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในทุกรูปแบบ

                                               ๓) แผนการดำเนินงาน/การเคลื่อนไหว : หัวใจหลักของการฝึกอบรม คือการสร้างความสามัคคี มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การทำความรู้จักคุ้นเคย การประสานการติดต่อกับหน่วยเหนือเมื่อต้องการพลังมวลชน การเป็นแหล่งข่าวแจ้งเบาะแส และการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติด

                                               ๔) ให้จัดตั้งระบบและกองทุนเฝ้าระวังหมู่บ้าน/ชุมชน แบบยั่งยืนอย่างน้อยหมู่บ้าน/ชุมชนละ ๑ กองทุน โดยมีวงเงินงบประมาณไม่น้อยกว่า ๖,๐๐๐ บาท/๑ กองทุน การดำเนินการนั้นให้มีการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจาก การฝึกจัดตั้งราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด (รสปส.) และดำเนินการตามหลักการในข้อ ๑.๓.๑.๓.๒ และให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการจัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด

                                 ๑.๓.๑.๓.๔ การฝึกอบรมค่ายกลุ่มเสี่ยงและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อลดอบายมุขในชุมชน ดำเนินการฝกึอบรมค่ายกลุ่มเสี่ยงและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อลดอบายมุขในชุมชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในชุมชน จำนวน ๒ รุ่น/ชุด ชพส./ปี รวมทั้งเป็นกระบวนการพัฒนากลุ่มเสี่ยง ตามรายละเอียดดังนี้

                      ๑) สำรวจ/ชักชวน/ยืนยัน : ชพส.นำข้อมูลจากการประชุมประชาคม ชักชวนกลุ่มเสี่ยงให้เข้าร่วมกิจกรรม หรือให้ผู้นำชุมชนช่วยคัดกรองผู้มีพฤติการณ์เสี่ยงพร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองของกลุ่มเสี่ยง และผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้าน/ชุมชนเข้ารับการฝึกอบรม ฯ โดยความสมัครใจเป็นรุ่นๆ ละ ๑๕ คน

                          ๒) การฝึกอบรม :

                 - เชิญวิทยากรจากหน่วยงานราชการต่างๆ มาบรรยายในเรื่องต่างๆ เช่น ความรู้ด้านกฎหมาย, โทษภัยยาเสพติด, กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, จริยธรรมคุณธรรม, การฝึกระเบียบวินัย และการกลับเข้าสู่สังคม

              - การฝึกอบรม ฯ ดำเนินการเป็นไปตามตารางการฝึกที่กำหนด ระยะเวลาจำนวน ๑๕ วัน/รุ่น โดยใช้ที่ทำการของชุด ชพส. หรือสถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นสถานที่ฝึกอบรม ฯ

              - ดำเนินการบำบัดโดยชุมชน ใช้มาตรการอภัยทางสังคม การให้คำปรึกษา การสร้างความตระหนัก ในการตรวจเยี่ยมเพื่อมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

              - การให้ความรู้ ชี้ชัดให้เห็นโทษทุกข์ภัยจากการติดยาเสพติด ร่วมกับชุมชน ดำเนินการจัดโครงการลด ละ เลิก ยาเสพติด ประชาสัมพันธ์เพื่อดึงกลุ่มเสี่ยงให้ห่างไกลจากยาเสพติด

      ๓) การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

 - ฟื้นฟูสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

- ฝึกฝนทักษะการประกอบอาชีพ และจัดหางานที่เป็นหลักประกันมั่นคงในการเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยยั่งยืน

 ๔) การติดตาม : จัดทำประวัติผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู ฯ เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยคนในชุมชนดำเนินการเอง

 ๑.๓.๑.๓.๕ การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อการจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ดำเนินการโดยชุดวิทยากรกองทุนแม่ของแผ่นดิน (ชวกม.) ของ ศปป.๑ กอ.รมน. จำนวน ๕๐ รุ่น/ชุด ชวกม./ปี เพื่อการจัดตั้ง ตามรายละเอียดดังนี้

 ๑) กระบวนการค้นหา : ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้นำชุมชน และแกนนำชุมชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายเข้ารับการฝึกอบรม ฯ โดยประสานงานกับชุด ชพส. จัดแกนนำเข้ารับการฝึกอบรม ฯ เป็นรุ่น ๆ ละ ๖๐ คน

    ๒) การฝึกอบรม :

      - ชุด ชวกม. เชิญวิทยากรมาบรรยายพิเศษในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ, หลักการและขั้นตอน พร้อมการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีเป้าประสงค์ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัยหายาเสพติดในชุมชน

   - การฝึกอบรม ฯ ดำเนินการเป็นไปตามตารางการฝึกที่กำหนด ระยะเวลาการฝึกอบรม ฯ จำนวน ๒ วัน/รุ่น โดยใช้สถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นสถานที่ในการฝึกอบรม ฯ

๑.๓.๑.๓.๖ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แก้ไขปัญหายาเสพติดและเศรษฐกิจพอเพียง

   ๑) ระดับหมู่บ้าน (เป็นศูนย์การเรียนรู้แก่ราษฎรในหมู่บ้านตนเอง)

   - ให้ความรู้พื้นฐานในเรื่องหน้าที่พลเมืองที่ดี

 - ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องยาเสพติดและเศรษฐกิจพอเพียง และกระบวนการต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนได้

 ๒) ระดับตำบล (เป็นศูนย์การเรียนรู้แก่ราษฎรในตำบลของตนเอง และสามารถเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นได้)

 - เป็นศูนย์เรียนรู้ที่สามารถแสดงกระบวนการทางความคิดและกิจกรรมการปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน และการสร้างเครือข่าย/เชื่อมโยงเครือข่าย

 - การส่งเสริมอาชีพในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยการนำโครงการความรู้เพื่อเป็นอาชีพเสริม ทำให้เกิดการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในชุมชน เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    ๑.๓.๑.๓.๗ การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

  ๑) สำรวจความต้องการที่ขาดแคลนของกลุ่มผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม ทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ

  ๒) พัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่ยังขาดแคลนของหมู่บ้านชุมชน เช่นโครงการทำฝายกั้นน้ำขนาดเล็ก โครงการทำแนวกันไฟป่า โครงการปลูกป่า การจัดตั้งกฎระเบียบชุมชนรักษาป่า

 ๓) แก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง จัดตั้งกลุ่มอาชีพตามความสมัครใจ เช่น การเลี้ยงสัตว์ การผลิตปุ๋ยชีวภาพ โครงการสวนผักสวนครัวรั้วกินได้ การประมงในครัวเรือนขนาดเล็ก

๔) บูรณาการ การสร้างเครือข่าย การขับเคลื่อนและใช้พลังมวลชนทุกกลุ่มในภารกิจและงานของ กอ.รมน. โดยการจัดงานรวมพลังมวลชน

  ๕) ส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริ ปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม

 ๖) ปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 ๗) ดำเนินการงานด้านการข่าว เพื่อความมั่นคงในภัยคุกคามทุกรูปแบบ

 ๘) ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดจิตสำนึก และเกิดจิตสาธารณะ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                      ๑.๓.๑.๔ ขั้นที่ ๔ การติดตามประเมินผล ผลลัพธ์ที่ต้องการคือลดระดับความรุนแรงของปัญหา, สร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากขึ้น

                                 ๑.๓.๑.๔.๑ ติดตามโดย ชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส.) ออกพบปะตรวจเยี่ยมการเข้าเวร - ยาม จุดตรวจของ รสปส. และพบปะพูดคุยกับราษฎร เพื่อสำรวจทัศนคติของราษฎรในพื้นที่

                                 ๑.๓.๑.๔.๒ การติดตาม กอ.รมน.ภาค/กอ.รมน.ภาค ส่วนแยก

                                               ๑) ชพส.รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวันให้แก่ กอ.รมน.ภาค ส่วนแยก ทราบทุกวัน จัดทำสรุปรายงานประจำสัปดาห์ และประจำเดือน

                                               ๒) รับการตรวจเยี่ยมจากผู้บังคับบัญชา และบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบทุก ๑ เดือน ๓ เดือน และ ๖ เดือน เป็นประจำ

                                 ๑.๓.๑.๔.๓ การติดตามระดับนโยบาย

                                               ๑) ศปป.๑ กอ.รมน. จัดตั้งคณะตรวจติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส.) และติดตามผลความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค, กอ.รมน.ภาค สย. และชุดปฏิบัติการ

                                               ๒) คณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เดินทางมาตรวจติดตามผลการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งผลการปฏิบัติงานของ ชพส.

                                 ๑.๓.๑.๔.๔ การประเมินผลภายใน Inside out โดยมีแบบรายงาน ชพส.๑ - ชพส.๕

                                 ๑.๓.๑.๔.๕ การติดตามผลด้วยโปรแกรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

                                               ศปป.๑ กอ.รมน.ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ได้พัฒนาระบบการรายงานข้อมูล สถานการณ์ปัญหายาเสพติด ผ่านทางโปรแกรมเทคโนโลยีสารสนเทศ และได้ให้ กอ.รมน.ภาค ๑ - ๔ กอ.รมน.ภาค สย. และชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนของ กอ.รมน.รายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดตามฐานข้อมูลที่กำหนดให้เป็นประจำ สำหรับฐานข้อมูลที่ ๑ ศปป.๑ กอ.รมน. ได้กำหนดให้ต้องรายงาน ประกอบไปด้วย

                                                        ๑) ข่าวการจับกุม ให้ กอ.รมน.ส่วนแยก รายงานทุกวันเมื่อปรากฎข่าวสาร

                                               ๒) สถานการณ์ภาพรวมของหมู่บ้าน ให้รายงานทุกวันที่ ๕ ของเดือน

                                               ๓) ข้อมูลสภาพทั่วไปหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย

                                               ๔) สถานการณ์ยาเสพติดหมู่บ้านเป้าหมาย

                                               ๕) ประวัติบุคคล ประกอบด้วย ผู้เสพ ผู้ค้า ผู้เสพและผู้ค้า ผู้เคยเสพ ผู้เคยค้า

                                               ๖) แผนปฏิบติงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

                                               ๗) ผลการปฏิบัติงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

                                 ๑.๓.๑.๔.๖ การควบคุมและรายงานให้ กอ.รมน.ภาค สย. รายงานผลการปฏิบัติเมื่อจบภารกิจในแต่ละครั้ง และรายงานตามวงรอบระยะเวลา ๑ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือน และ ๑๒ เดือน

                                 ๑.๓.๑.๔.๗ การประกาศความเป็นหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งแล้ว ให้กับผู้นำชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ ได้รับทราบ อาทิ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอ เป็นต้น

        ๑.๔ ตัวชี้วัด

             ๑.๔.๑ จัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติด โดยจัดเป็นประเภทหมู่บ้านได้ร้อยละ ๑๐๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย

             ๑.๔.๒ จัดตั้งแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติด ในระดับหมู่บ้านและระดับตำบลได้ ไม่น้อยกว่า ๗๐ หมู่บ้าน

             ๑.๔.๓ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย

        ๑.๕ การติดตามและประเมินผล

             ๑.๕.๑ ศปป.๑ กอ.รมน. จัดคณะตรวจติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการ

             ๑.๕.๒ ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยโปรแกรมรายงานผลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

             ๑.๕.๓ ส่งแบบสอบถาม ประเมินความพึงพอใจ, ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่เป้าหมายที่รับผิดชอบ

        ๑.๖ ผลที่คาดว่าจะได้รับ

             ๑.๖.๑ จัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด โดยจัดเป็นประเภทหมู่บ้านได้ร้อยละ ๑๐๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย โดยแต่ละหมู่บ้านที่จัดประเภทได้ต้องมีเกณฑ์ชี้วัดดังนี้ (รายละเอียดการประเมินตามเอกสารแนบ ๑)

                      ๑.๖.๑.๑ จัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดประเภทที่ ๑ (มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน, ต้องมีกระบวนการบำบัดรักษาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และต้องมีระบบการเฝ้าระวัง)

                      ๑.๖.๑.๒ จัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดประเภทที่ ๒ (มีกระบวนการบำบัดรักษาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และมีระบบการเฝ้าระวัง)

                      ๑.๖.๑.๓ จัดตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดประเภทที่ ๓ (มีกระบวนการบำบัดรักษาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด หรือมีระบบการเฝ้าระวัง อย่างใดอย่างหนึ่ง)

             ๑.๖.๒ จัดตั้งแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ในระดับหมู่บ้านและตำบลได้ไม่น้อยกว่า ๗๐ หมู่บ้าน โดยมีเกณฑ์ชี้วัดคือแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชนในตำบล จะต้องมีแกนนำ, คณะกรรมการ, มีการประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีแผนชุมชนทุกหมู่บ้าน/ชุมชน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหาอื่นๆ อย่างชัดเจน

             ๑.๖.๓ สามารถจัดตั้งระบบการเฝ้าระวังหมู่บ้าน/ชุมชนได้ร้อยละ ๑๐๐

             ๑.๖.๔ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐

             ๑.๖.๕ ส่งเสริมให้หมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย ให้สามารถเป็นหมู่บ้านที่เข้ารับเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ร้อยละ ๓๐ ของหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย

        ๑.๗ ขั้นการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติ ๒๐ ข้อหลัก (๑๐๔ ข้อย่อย/อยู่ใน ชพส.๒)

              ๑.๗.๑ การจัดตั้ง/ทบทวนองค์กรชุมชนเข้มแข็ง

              ๑.๗.๒ การจัดตั้งสภาชุมชน

              ๑.๗.๓ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาหมู่บ้าน

              ๑.๗.๔ จัดทำแผนยุทธศาสตร์เฉพาะภารกิจ (ยาเสพติด)

              ๑.๗.๕ การบูรณาการแผนยุทธศาสตร์เฉพาะภารกิจ (ยาเสพติด) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

              ๑.๗.๖ การจัดตั้งพลังมวลชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

              ๑.๗.๗ การปฏิบัติการป้องกัน/เฝ้าระวังยาเสพติดของชุมชน

              ๑.๗.๘ การจัดตั้งกองทุนขับเคลื่อนเฉพาะกิจ (ยาเสพติด)

              ๑.๗.๙ การให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง

              ๑.๗.๑๐ การจัดตั้งกลุ่มผู้รับรู้ (ปราชญ์ชาวบ้าน)

              ๑.๗.๑๑ การจัดตั้งกลุ่มอาชีพหลัก 

              ๑.๗.๑๒ การจัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริม

              ๑.๗.๑๓ การจัดตั้งร้านค้าสหกรณ์ชุมชน

              ๑.๗.๑๔ จัดทำแผนยุทธศาสตร์เฉพาะภารกิจ (ยาเสพติด)

              ๑.๗.๑๕ การวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจของชุมชน

              ๑.๗.๑๖ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ระดับที่ ๑ (L.C.๑)

              ๑.๗.๑๗ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ระดับที่ ๑ (L.C.๒)

              ๑.๗.๑๘ การจัดตั้งเครือข่ายชุมชนด้านเศรษฐกิจ

              ๑.๗.๑๙ การจัดตั้งเครือข่ายชุมชนต้านเศรษฐกิจ

              ๑.๗.๒๐ การติดตามกำกับดูแลกระบวนการทำงานของชุมชน